Saeree ERP - ระบบ ERP ครบวงจรสำหรับธุรกิจไทย ขอ Demo ฟรี

บทความ: ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ 3 ประเภท

ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ Digital Signature
  • 19
  • กุมภาพันธ์

ในยุคที่องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล คำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุดคือ "เซ็นเอกสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้จริงหรือ? ถูกกฎหมายไหม?" คำตอบคือ ได้ครับ — กฎหมายไทยรองรับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 แล้ว แต่สิ่งที่หลายคนยังสับสนคือ ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์มี หลายประเภท แต่ละประเภทมีระดับความน่าเชื่อถือและผลทางกฎหมายที่ต่างกัน บทความนี้จะอธิบายให้ครบทั้ง 3 ประเภทครับ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายหลักที่ควบคุมเรื่องลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย คือ:

พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544

  • แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551
  • แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562
  • แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562

กำกับดูแลโดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ. หรือ ETDA)

พ.ร.บ. ฉบับนี้กำหนดไว้ชัดเจนว่า ห้ามปฏิเสธความมีผลผูกพันและการบังคับใช้ทางกฎหมายของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพียงเพราะเหตุว่าเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (มาตรา 7) กล่าวคือ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์และลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์มีผลทางกฎหมาย เทียบเท่ากับกระดาษและลายมือชื่อจริง

ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ 3 ประเภท

ETDA ได้จำแนกลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ออกเป็น 3 ประเภท ตามระดับความน่าเชื่อถือ โดยอ้างอิงจากมาตราที่แตกต่างกันของ พ.ร.บ. ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์:

ประเภทที่ 1 — ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป (มาตรา 9)

เป็นประเภทที่พบเห็นมากที่สุดในชีวิตประจำวัน มีความน่าเชื่อถือ ระดับพื้นฐาน กฎหมายกำหนดเพียงว่าต้องใช้วิธีการที่สามารถ ระบุตัวเจ้าของลายมือชื่อ และ แสดงเจตนาของเจ้าของ ว่ายอมรับข้อความในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น

ตัวอย่างการใช้งาน รายละเอียด
การกดปุ่ม "ตกลง" หรือ "ยอมรับ" เช่น กดยอมรับเงื่อนไขการใช้บริการบนเว็บไซต์
การใส่รหัส OTP รหัสผ่านครั้งเดียวที่ส่งมาทาง SMS เพื่อยืนยันตัวตน
การใส่ PIN หรือ Username/Password เพื่อล็อกอินและยืนยันตัวตนก่อนทำรายการ
การเซ็นชื่อบนหน้าจอ เช่น เซ็นรับพัสดุบนแท็บเล็ตของบริษัทขนส่ง
การส่งอีเมลยืนยัน การตอบรับข้อเสนอ สัญญา หรืออนุมัติงานผ่านอีเมล

ข้อควรรู้: ประเภทนี้ใช้ได้ถูกกฎหมาย แต่หากเกิดข้อพิพาท ภาระการพิสูจน์อยู่ที่ผู้อ้าง ต้องพิสูจน์ว่าลายมือชื่อนั้นเป็นของเจ้าของจริง

ประเภทที่ 2 — ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ (มาตรา 26)

เป็นลายมือชื่อที่มีความน่าเชื่อถือ ระดับสูง มาตรา 26 กำหนดคุณสมบัติ 4 ข้อ ที่ทำให้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ถือว่า "เชื่อถือได้":

  1. ข้อมูลสำหรับสร้างลายมือชื่อเชื่อมโยงกับเจ้าของ — ไม่ใช่ของคนอื่น ใช้ระบุตัวบุคคลได้
  2. อยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าของเพียงผู้เดียว ในขณะที่ลงลายมือชื่อ
  3. สามารถตรวจพบการเปลี่ยนแปลงได้ — หากมีการแก้ไขลายมือชื่อหลังลงนาม จะตรวจจับได้
  4. สามารถตรวจพบการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ — หากมีการแก้ไขเนื้อหาเอกสารหลังลงนาม จะตรวจจับได้เช่นกัน

ในทางปฏิบัติ ลายมือชื่อประเภทนี้มักใช้เทคโนโลยี PKI (Public Key Infrastructure) ซึ่งเป็นระบบเข้ารหัสลับแบบอสมมาตร (Asymmetric Cryptography) ที่มี กุญแจส่วนตัว (Private Key) สำหรับลงนาม และ กุญแจสาธารณะ (Public Key) สำหรับตรวจสอบ

ข้อดีเหนือประเภทที่ 1: หากเกิดข้อพิพาท สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเชื่อถือได้ (Presumption of Reliability) ภาระการพิสูจน์ตกอยู่ที่ ฝ่ายที่ปฏิเสธ ต้องพิสูจน์ว่าลายมือชื่อไม่น่าเชื่อถือ

ประเภทที่ 3 — ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้พร้อมใบรับรอง (มาตรา 28)

เป็นลายมือชื่อที่มีความน่าเชื่อถือ ระดับสูงสุด ใช้เทคโนโลยี PKI เช่นเดียวกับประเภทที่ 2 แต่มีสิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Certificate) ที่ออกโดย ผู้ให้บริการออกใบรับรอง (Certificate Authority หรือ CA) ที่ได้รับอนุญาต

ใบรับรองจาก CA ทำหน้าที่เหมือน "บัตรประชาชนดิจิทัล" ที่รับรองว่ากุญแจสาธารณะนั้นเป็นของบุคคลหรือนิติบุคคลคนนั้นจริง

ตารางเปรียบเทียบ 3 ประเภท

ประเภทที่ 1 ประเภทที่ 2 ประเภทที่ 3
มาตรา มาตรา 9 มาตรา 26 มาตรา 28
ชื่อเรียก ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ ลายมือชื่อที่เชื่อถือได้ + ใบรับรองจาก CA
ระดับความน่าเชื่อถือ พื้นฐาน สูง สูงสุด
เทคโนโลยี OTP, PIN, อีเมล, เซ็นบนหน้าจอ PKI (Private Key/Public Key) PKI + ใบรับรองจาก CA
ตรวจจับการแก้ไขเอกสาร ไม่ได้ ได้ ได้
ภาระการพิสูจน์ (เมื่อมีข้อพิพาท) ผู้อ้างต้องพิสูจน์ สันนิษฐานว่าเชื่อถือได้ สันนิษฐานว่าเชื่อถือได้
การยืนยันตัวตนจากบุคคลที่สาม ไม่มี ไม่มี มี (CA รับรอง)
ตัวอย่างการใช้งาน ซื้อของออนไลน์ สมัครสมาชิก ลงนามสัญญาภายในองค์กร e-Tax Invoice, สัญญาราชการ, หลักทรัพย์

เลือกใช้ประเภทไหนดี?

ไม่จำเป็นต้องใช้ประเภทที่ 3 ทุกกรณี — ขึ้นอยู่กับ ความเสี่ยงและมูลค่าของธุรกรรม

สถานการณ์ แนะนำประเภท
อนุมัติเอกสารภายใน, ใบลา, ใบขออนุมัติเดินทาง ประเภทที่ 1 เพียงพอ
สัญญาจัดซื้อจัดจ้าง, อนุมัติงบประมาณ, MOU ประเภทที่ 2 ขึ้นไป
e-Tax Invoice ส่งกรมสรรพากร, สัญญาภาครัฐ, ธุรกรรมหลักทรัพย์ ประเภทที่ 3

Saeree ERP กับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์

Saeree ERP รองรับการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ในระบบ Workflow สำหรับงานอนุมัติเอกสารต่างๆ เช่น อนุมัติใบขอซื้อ อนุมัติงบประมาณ อนุมัติใบเบิก โดยรองรับทั้ง e-Signature และ Digital Signature (PKI) ตามมาตรฐานที่กรมสรรพากรกำหนด สำหรับงาน e-Tax Invoice & e-Receipt

ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช่เรื่องใหม่ — กฎหมายไทยรองรับมากว่า 20 ปีแล้ว สิ่งที่ยังขาดคือความเข้าใจว่า "ประเภทไหน เหมาะกับงานอะไร" การเลือกใช้ให้ถูกประเภทจะช่วยให้องค์กรทำงานได้เร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้น และถูกกฎหมาย

- ทีมงาน Saeree ERP

สรุป

  • ประเภทที่ 1 (มาตรา 9) — ใช้ง่าย เช่น OTP, กดยอมรับ, เซ็นบนหน้าจอ เหมาะกับงานภายในทั่วไป
  • ประเภทที่ 2 (มาตรา 26) — ใช้ PKI ตรวจจับการแก้ไขได้ เหมาะกับสัญญาและเอกสารสำคัญ
  • ประเภทที่ 3 (มาตรา 28) — ใช้ PKI + ใบรับรองจาก CA ระดับสูงสุด เหมาะกับ e-Tax Invoice และธุรกรรมราชการ

ทุกประเภท ถูกกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 สิ่งสำคัญคือเลือกใช้ให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงของธุรกรรม

สนใจดูว่า Saeree ERP รองรับ e-Signature และ Digital Signature อย่างไร สามารถติดต่อทีมที่ปรึกษาเพื่อรับคำแนะนำ

image

เกี่ยวกับผู้เขียน

ทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ ERP จากบริษัท แกรนด์ลีนุกซ์ โซลูชั่น จำกัด พร้อมให้คำปรึกษาและบริการด้านระบบ ERP ครบวงจร