- 17
- กุมภาพันธ์
ในยุคที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การใช้แค่รหัสผ่านเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กรอีกต่อไป 2FA (Two-Factor Authentication) หรือ "การยืนยันตัวตนสองชั้น" คือมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่ทุกระบบ ERP ควรมี เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
2FA คืออะไร?
2FA (Two-Factor Authentication) คือกระบวนการยืนยันตัวตนที่ต้องใช้ปัจจัย 2 อย่างร่วมกัน ก่อนที่ผู้ใช้จะสามารถเข้าสู่ระบบได้ แทนที่จะพึ่งพาแค่รหัสผ่านเพียงอย่างเดียว ระบบจะร้องขอหลักฐานเพิ่มเติมอีก 1 ชั้น เพื่อพิสูจน์ว่าผู้ที่กำลังเข้าสู่ระบบเป็นเจ้าของบัญชีจริงๆ
ปัจจัยที่ใช้ในการยืนยันตัวตนแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก:
- สิ่งที่คุณรู้ (Something You Know) - รหัสผ่าน, PIN Code, คำถามลับ
- สิ่งที่คุณมี (Something You Have) - โทรศัพท์มือถือ, Token, Smart Card
- สิ่งที่คุณเป็น (Something You Are) - ลายนิ้วมือ, ใบหน้า, ม่านตา
การยืนยันตัวตนสองชั้นจะใช้ปัจจัยจาก 2 ประเภทที่แตกต่างกัน เช่น รหัสผ่าน (สิ่งที่คุณรู้) + รหัส OTP จากมือถือ (สิ่งที่คุณมี)
ทำไมระบบ ERP ถึงต้องมี 2FA?
ระบบ ERP เป็นศูนย์รวมข้อมูลสำคัญทั้งหมดขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลพนักงาน หรือข้อมูลการผลิต หากบัญชีผู้ใช้ถูกเจาะ ความเสียหายจะกระทบทั้งองค์กร ต่อไปนี้คือเหตุผลที่ 2FA จำเป็นสำหรับระบบ ERP:
1. ป้องกันข้อมูลทางการเงินรั่วไหล
ระบบ ERP เก็บข้อมูลบัญชี ใบแจ้งหนี้ รายการธุรกรรม และข้อมูลภาษี หากแฮกเกอร์เข้าถึงได้ อาจนำไปสู่การฉ้อโกงทางการเงิน การปลอมแปลงเอกสาร หรือการโอนเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต
2. ปกป้องข้อมูลลูกค้าและคู่ค้า
ข้อมูลลูกค้า เช่น ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และประวัติการสั่งซื้อ เป็นข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูง การรั่วไหลของข้อมูลเหล่านี้ไม่เพียงทำให้สูญเสียความเชื่อมั่น แต่ยังอาจผิดกฎหมาย PDPA อีกด้วย
3. ลดความเสี่ยงจากรหัสผ่านที่ถูกขโมย
จากสถิติพบว่ากว่า 80% ของการเจาะระบบเกิดจากรหัสผ่านที่อ่อนแอหรือถูกขโมย 2FA ช่วยเพิ่มชั้นป้องกัน ทำให้แม้รหัสผ่านจะรั่วไหล แฮกเกอร์ก็ยังไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้
4. ตอบโจทย์มาตรฐานความปลอดภัยสากล
หลายมาตรฐาน เช่น ISO 27001 และ PDPA กำหนดให้องค์กรต้องมีระบบยืนยันตัวตนที่เข้มงวด 2FA ช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น
การลงทุนกับ 2FA ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีต่อครั้งในการเข้าสู่ระบบ แต่สามารถป้องกันความเสียหายที่อาจมีมูลค่ามหาศาลได้
- ทีมงาน Saeree ERP
รูปแบบ 2FA ที่ Saeree ERP รองรับ
Saeree ERP ออกแบบระบบ 2FA ให้ครอบคลุมหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้องค์กรสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม:
OTP ผ่าน SMS / Email
ระบบจะส่งรหัส OTP (One-Time Password) 6 หลักไปยังหมายเลขโทรศัพท์หรืออีเมลที่ลงทะเบียนไว้ รหัสมีอายุจำกัดเวลา ทำให้ปลอดภัยจากการนำไปใช้ซ้ำ
Authenticator App
รองรับแอปพลิเคชัน เช่น Google Authenticator, Microsoft Authenticator หรือ Authy โดยสร้างรหัส TOTP (Time-based OTP) ที่เปลี่ยนทุก 30 วินาที วิธีนี้ปลอดภัยกว่า SMS เพราะไม่ต้องพึ่งเครือข่ายโทรศัพท์
Biometric (ลายนิ้วมือ / ใบหน้า)
สำหรับอุปกรณ์ที่รองรับ สามารถใช้ลายนิ้วมือหรือการสแกนใบหน้าเป็นปัจจัยที่สองได้ ทำให้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยสูงสุด
การตั้งค่า 2FA ใน Saeree ERP ทำอย่างไร?
การเปิดใช้งาน 2FA ใน Saeree ERP ทำได้ง่ายเพียงไม่กี่ขั้นตอน:
- เข้าสู่ระบบ - ล็อกอินเข้า Saeree ERP ด้วยบัญชีผู้ดูแลระบบ
- ไปที่ตั้งค่าความปลอดภัย - เลือกเมนู ตั้งค่า > ความปลอดภัย > การยืนยันตัวตนสองชั้น
- เลือกรูปแบบ 2FA - เลือก OTP ผ่าน SMS, Authenticator App หรือ Biometric
- บังคับใช้กับผู้ใช้ - กำหนดนโยบายว่าผู้ใช้กลุ่มใดต้องเปิดใช้ 2FA (แนะนำให้บังคับทุกคน)
- ทดสอบระบบ - ทดสอบล็อกอินเพื่อให้แน่ใจว่า 2FA ทำงานถูกต้อง
คำแนะนำสำหรับองค์กรที่ต้องการเริ่มใช้ 2FA
- เริ่มจากผู้ใช้ที่มีสิทธิ์สูง - บังคับใช้ 2FA กับผู้ดูแลระบบ ผู้จัดการ และฝ่ายบัญชีก่อน
- อบรมพนักงาน - จัดอบรมการใช้งาน 2FA ให้พนักงานเข้าใจว่าทำไมถึงจำเป็นและวิธีใช้งาน
- เตรียมแผนสำรอง - กำหนดวิธีการกู้คืนบัญชี กรณีที่ผู้ใช้ทำโทรศัพท์หาย หรือไม่สามารถรับ OTP ได้
- ตรวจสอบ Log อย่างสม่ำเสมอ - ติดตามบันทึกการเข้าสู่ระบบเพื่อตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ
สรุป
2FA ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือสิ่งจำเป็นสำหรับระบบ ERP ที่ดี การเพิ่มชั้นยืนยันตัวตนเพียงหนึ่งขั้นตอน สามารถลดความเสี่ยงจากการถูกเจาะระบบได้อย่างมหาศาล Saeree ERP มาพร้อมระบบ 2FA ในตัว รองรับหลายรูปแบบ ตั้งค่าง่าย ใช้งานสะดวก เหมาะกับองค์กรทุกขนาด
หากคุณสนใจใช้งาน Saeree ERP พร้อมระบบ 2FA ที่แข็งแกร่ง สามารถติดต่อทีมงานของเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
