Saeree ERP - ระบบ ERP ครบวงจรสำหรับธุรกิจไทย ขอ Demo ฟรี

บทความ: วิธีเลือกระบบ ERP

วิธีเลือกระบบ ERP ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ
  • 05
  • ธันวาคม

การเลือกระบบ ERP เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจ เพราะระบบ ERP ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์ แต่คือ "กระดูกสันหลัง" ของการบริหารงานทั้งองค์กร หากเลือกถูก ธุรกิจจะเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากเลือกผิด อาจเสียทั้งเงิน เวลา และโอกาสทางธุรกิจไปอย่างน่าเสียดาย

ทำไมการเลือก ERP ถึงสำคัญ?

การลงทุนในระบบ ERP ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ทั้งในแง่ของงบประมาณและเวลาที่ต้องใช้ในการวางระบบ จากผลสำรวจพบว่าธุรกิจที่เลือกระบบ ERP ไม่เหมาะสมกับองค์กร มักประสบปัญหาหลายประการ ได้แก่:

  • เสียเงินโดยไม่จำเป็น - จ่ายค่าฟีเจอร์ที่ไม่ได้ใช้ หรือต้องจ่ายเพิ่มเพื่อปรับแต่งระบบให้ตรงกับความต้องการ
  • เสียเวลามหาศาล - ใช้เวลาหลายเดือนหรือเป็นปีในการ Implement แต่สุดท้ายใช้งานจริงไม่ได้
  • พนักงานต่อต้าน - ระบบซับซ้อนเกินไป ไม่เหมาะกับวิธีการทำงานจริง ทำให้พนักงานไม่ยอมใช้
  • ข้อมูลไม่ถูกต้อง - ระบบไม่รองรับรูปแบบการทำงานของไทย เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม หัก ณ ที่จ่าย ทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน

ดังนั้น ก่อนที่จะเลือกระบบ ERP สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ทำความเข้าใจความต้องการของธุรกิจตัวเองให้ชัดเจนก่อน ว่าต้องการแก้ปัญหาอะไร ต้องการปรับปรุงกระบวนการใด และมีงบประมาณเท่าไร

สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนเลือก ERP

ก่อนที่จะเริ่มเปรียบเทียบระบบ ERP แต่ละเจ้า คุณควรตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ก่อน:

1. ขนาดธุรกิจและจำนวนผู้ใช้

ธุรกิจ SME ที่มีพนักงาน 10-50 คน กับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานหลายร้อยคน มีความต้องการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ระบบ ERP ที่เหมาะสมต้องรองรับจำนวนผู้ใช้ปัจจุบัน และสามารถขยายได้เมื่อธุรกิจเติบโต โดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมด

2. งบประมาณที่มี

ต้นทุนของ ERP ไม่ได้มีแค่ค่าซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงค่า Implement ค่าอบรมพนักงาน ค่าปรับแต่งระบบ ค่าบำรุงรักษารายปี และค่าอัปเกรดในอนาคต ต้องคำนวณ Total Cost of Ownership (TCO) ทั้งหมดก่อนตัดสินใจ

3. ความซับซ้อนของกระบวนการทำงาน

หากธุรกิจมีกระบวนการทำงานที่เฉพาะเจาะจง เช่น การผลิตแบบ Made-to-Order หรือการจัดการคลังสินค้าหลายสาขา ต้องเลือก ERP ที่รองรับหรือปรับแต่งได้ ไม่ใช่ซื้อมาแล้วต้องเปลี่ยนวิธีการทำงานทั้งหมดเพื่อให้เข้ากับระบบ

4. ความพร้อมของทีมงาน

ทีมงานมีความพร้อมแค่ไหนในการเปลี่ยนระบบ? มีทีม IT ดูแลได้เองหรือต้องพึ่งพาผู้ให้บริการ? คำตอบเหล่านี้จะช่วยกำหนดว่าควรเลือก ERP แบบ Cloud หรือ On-Premise

Cloud ERP vs On-Premise ERP

หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ ควรเลือก Cloud ERP หรือ On-Premise ERP? ทั้งสองแบบมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละธุรกิจ:

Cloud ERP (ระบบคลาวด์)

  • ข้อดี: ไม่ต้องลงทุนเซิร์ฟเวอร์ เปิดใช้งานได้เร็ว เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา อัปเดตอัตโนมัติ ค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือน/รายปี ทำให้คาดการณ์ต้นทุนได้ง่าย
  • ข้อเสีย: ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ต การปรับแต่งอาจมีข้อจำกัด ข้อมูลอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ
  • เหมาะกับ: SME ที่ต้องการเริ่มต้นเร็ว ไม่มีทีม IT เฉพาะทาง ต้องการความยืดหยุ่นในการเข้าถึง

On-Premise ERP (ติดตั้งในองค์กร)

  • ข้อดี: ควบคุมข้อมูลได้เต็มที่ ปรับแต่งได้ตามใจ ไม่ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ต เหมาะกับองค์กรที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเข้มงวด
  • ข้อเสีย: ต้องลงทุนเซิร์ฟเวอร์และโครงสร้างพื้นฐาน ต้องมีทีม IT ดูแล ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสูง ต้องอัปเดตเอง
  • เหมาะกับ: องค์กรขนาดใหญ่ที่มีทีม IT พร้อม มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยพิเศษ ต้องการปรับแต่งระบบเชิงลึก

Saeree ERP รองรับทั้งสองรูปแบบ ไม่ว่าคุณจะเลือก Cloud หรือ On-Premise ระบบจะทำงานได้เหมือนกันทุกประการ คุณสามารถเริ่มต้นด้วย Cloud แล้วย้ายมา On-Premise ในภายหลังได้ หรือใช้แบบ Hybrid ก็ได้เช่นกัน

ERP ที่ดีที่สุดไม่ใช่ระบบที่แพงที่สุด แต่คือระบบที่เหมาะกับธุรกิจของคุณมากที่สุด

- ทีมงาน Saeree ERP

Checklist 7 ข้อ ก่อนตัดสินใจเลือก ERP

ก่อนตัดสินใจเลือกระบบ ERP ให้ตรวจสอบ 7 ข้อนี้ให้ครบทุกข้อ:

  1. รองรับภาษีไทย - ต้องรองรับ VAT 7%, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, ใบกำกับภาษีตามรูปแบบของกรมสรรพากร และ e-Tax Invoice ได้ ไม่ต้องปรับแต่งเพิ่มเติม
  2. รองรับภาษาไทย - ทั้งหน้าจอการใช้งาน รายงาน เอกสารที่พิมพ์ออกมา ต้องแสดงผลภาษาไทยได้สมบูรณ์ ไม่ใช่แค่แปลเมนูแต่ตัวเลขและวันที่ยังเป็นรูปแบบต่างประเทศ
  3. มีรายงานมาตรฐาน - รายงานทางบัญชี งบกำไรขาดทุน งบดุล รายงานภาษี ต้องออกได้ตามมาตรฐานบัญชีไทย (TFRS) พร้อมส่งกรมสรรพากรได้เลย
  4. ขยายได้ตามการเติบโต - เมื่อธุรกิจโต สามารถเพิ่มผู้ใช้ เพิ่มโมดูล หรือเพิ่มสาขาได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบใหม่
  5. บริการหลังการขายดี - มีทีมสนับสนุนที่พูดไทย เข้าใจบริบทธุรกิจไทย ตอบเร็ว แก้ปัญหาได้จริง ไม่ใช่แค่ส่ง Ticket ไปรอคำตอบจากต่างประเทศ
  6. ทดลองใช้ได้ก่อนซื้อ - ผู้ให้บริการที่ดีควรให้คุณได้ทดลองใช้งานจริง ไม่ใช่แค่ดู Demo สั้นๆ เพื่อให้คุณมั่นใจว่าระบบเหมาะกับธุรกิจจริงๆ
  7. ราคาโปร่งใส - ค่าใช้จ่ายทั้งหมดต้องชัดเจนตั้งแต่ต้น ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ไม่มีค่า Customize ที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า

ทำไม Saeree ERP ตอบโจทย์ธุรกิจไทย

Saeree ERP ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นมาเพื่อธุรกิจไทยโดยเฉพาะ ไม่ใช่ระบบต่างประเทศที่แปลมาเป็นภาษาไทย แต่เป็นระบบที่สร้างขึ้นจากความเข้าใจในวิธีการทำงานของธุรกิจไทยอย่างแท้จริง:

  • รองรับระบบภาษีไทยครบถ้วน - VAT, หัก ณ ที่จ่าย, ใบกำกับภาษี, e-Tax Invoice ทำงานได้ถูกต้องตามกฎหมายไทยโดยไม่ต้องปรับแต่งเพิ่ม
  • ภาษาไทย 100% - ทุกหน้าจอ ทุกรายงาน ทุกเอกสาร แสดงผลภาษาไทยได้สมบูรณ์ รวมถึงการแสดงจำนวนเงินเป็นตัวอักษรภาษาไทย
  • รายงานตามมาตรฐาน TFRS - ออกรายงานทางบัญชีได้ตามมาตรฐานการบัญชีไทย พร้อมส่งกรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม และหน่วยงานราชการอื่นๆ
  • ทีมสนับสนุนคนไทย - ทีมงานที่เข้าใจภาษาไทย เข้าใจธุรกิจไทย พร้อมให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาได้รวดเร็ว
  • Cloud และ On-Premise - เลือกรูปแบบที่เหมาะกับองค์กรของคุณ หรือใช้แบบ Hybrid ก็ได้
  • ราคาเหมาะสมกับธุรกิจไทย - ไม่ใช่ราคาซอฟต์แวร์ต่างประเทศที่แพงเกินจำเป็น แต่เป็นราคาที่ SME ไทยเข้าถึงได้

สรุป

การเลือกระบบ ERP ที่เหมาะสมต้องเริ่มจากการเข้าใจความต้องการของธุรกิจตัวเอง พิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้าน ทั้งขนาดธุรกิจ งบประมาณ ความซับซ้อนของกระบวนการ และความพร้อมของทีมงาน อย่าเลือกแค่เพราะแบรนด์ดังหรือราคาถูก แต่ให้เลือก ERP ที่ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณจริงๆ

หากคุณกำลังมองหาระบบ ERP ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจไทยโดยเฉพาะ สามารถนัดหมาย Demo หรือติดต่อทีมงานของเราเพื่อรับคำปรึกษาและเปรียบเทียบโซลูชั่นที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ

image

เกี่ยวกับผู้เขียน

ทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ ERP จากบริษัท แกรนด์ลีนุกซ์ โซลูชั่น จำกัด พร้อมให้คำปรึกษาและบริการด้านระบบ ERP ครบวงจร