- 19
- กุมภาพันธ์
ใครเรียนบัญชี หรือเรียนโลจิสติกส์มา ต้องเคยท่อง FIFO — First In, First Out ของที่เข้าก่อน ออกก่อน ฟังดูง่ายในตำรา แต่พอเดินเข้าไปในคลังจริง กลับพบว่า ของเก่าถูกดันไปอยู่ข้างหลังชั้นวาง ของใหม่วางซ้อนข้างหน้า แล้วคนหยิบก็หยิบของที่อยู่หน้าสุดเสมอ สุดท้ายของเก่าหมดอายุ ของหายไม่รู้ตัว สต็อกในระบบกับของจริงไม่ตรงกันสักที
FIFO ในตำรา — ง่ายแค่ประโยคเดียว
ทฤษฎีบอกว่า FIFO คือการบริหารสินค้าคงคลังโดย "ของที่รับเข้ามาก่อน ต้องถูกจ่ายออกไปก่อน" หลักการนี้มีเหตุผลชัดเจน:
- ลดความเสี่ยงสินค้าหมดอายุ — ของเก่าถูกใช้ก่อน ไม่ค้างจนเสียหาย
- ต้นทุนสะท้อนความเป็นจริง — ต้นทุนที่บันทึกในบัญชีตรงกับราคาที่ซื้อมาจริงตามลำดับเวลา
- มาตรฐานบัญชีรองรับ — FIFO เป็นวิธีที่ TFRS/IFRS ยอมรับ ใช้ได้ทั้งการคำนวณต้นทุนขายและการตีมูลค่าสินค้าคงเหลือ
- ตรวจสอบง่าย — ผู้สอบบัญชีสามารถตรวจสอบลำดับการรับ-จ่ายได้ชัดเจน
แต่ทฤษฎีทั้งหมดนี้ อยู่บนสมมติฐานว่า "คลังจัดของได้ตามลำดับ" ซึ่งในทางปฏิบัติ มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
ความจริงในคลัง — ทำไม FIFO ไม่เกิดขึ้นเอง
ลองนึกภาพคลังพัสดุทั่วไป:
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
- ของมาส่งวันจันทร์ คนคลังรีบขนเข้ามาวางข้างหน้าชั้นเพราะสะดวก
- ของ Lot เก่าที่รับมาเมื่อสัปดาห์ก่อน ถูกดันไปข้างหลัง
- พอมีคนมาเบิก ก็หยิบของที่อยู่ตรงหน้า (ซึ่งเป็นของใหม่)
- ของเก่าค้างอยู่ข้างหลัง จนวันหนึ่งหมดอายุแล้วต้องทิ้ง
- เปิดระบบดู สต็อกบอกว่ามี 200 ชิ้น แต่นับจริงได้ 180 ชิ้น — ส่วนต่างคือของเสียที่ยังไม่ได้ตัดออก
นี่ไม่ใช่เรื่องของคนไม่ตั้งใจทำงาน แต่เป็นเพราะ ระบบการจัดวางทางกายภาพไม่สอดคล้องกับหลักการ FIFO
สาเหตุหลักที่ FIFO ไม่เกิดขึ้นจริงในคลัง
| สาเหตุ | สิ่งที่เกิดขึ้น |
|---|---|
| ชั้นวางเป็นแบบเข้า-ออกด้านเดียว | ของใหม่วางซ้อนหน้าของเก่า กลายเป็น LIFO โดยธรรมชาติ |
| ไม่มีป้ายบอก Lot / วันที่รับ | คนหยิบไม่รู้ว่าอันไหนเก่าอันไหนใหม่ หยิบอันที่สะดวกที่สุด |
| ไม่มีระบบกำหนดตำแหน่งจัดเก็บ | ของเหมือนกันกระจายอยู่หลายจุด ไม่รู้ว่าจุดไหนเก่ากว่า |
| คนคลังรีบ ไม่มีเวลาจัดเรียง | ของมาเยอะ วางตรงไหนก็ได้ให้เสร็จเร็วๆ |
| ระบบบันทึกสต็อกแบบรวม | รู้แค่ว่ามีของ 200 ชิ้น แต่ไม่รู้ว่า 200 ชิ้นนี้มาจากกี่ Lot วันที่เท่าไหร่ |
เทียบวิธีคิดต้นทุน: FIFO vs LIFO vs Weighted Average
ก่อนจะไปแก้ปัญหา มาทำความเข้าใจว่าทำไม FIFO ถึงสำคัญ โดยเทียบกับวิธีอื่น:
| หัวข้อ | FIFO | LIFO | Weighted Average |
|---|---|---|---|
| หลักการ | เข้าก่อน ออกก่อน | เข้าหลัง ออกก่อน | ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก |
| เหมาะกับ | สินค้ามีวันหมดอายุ, พัสดุราชการ | สินค้าที่ราคาผันผวนสูง (ไม่นิยมในไทย) | สินค้าประเภทเดียวกัน ราคาใกล้เคียง |
| ข้อดี | ลดของหมดอายุ, ต้นทุนสะท้อนความจริง | ต้นทุนขายใกล้ราคาตลาด | คำนวณง่าย ไม่ต้องแยก Lot |
| ข้อเสีย | ต้องติดตาม Lot ทุกรายการ | TFRS/IFRS ไม่ยอมรับ | ไม่สามารถ Trace กลับไปที่ Lot ต้นทาง |
| TFRS/IFRS | รองรับ | ไม่รองรับ | รองรับ |
สำหรับองค์กรส่วนใหญ่ในประเทศไทย โดยเฉพาะหน่วยงานราชการและองค์กรที่ต้องรายงานตามมาตรฐานบัญชี FIFO เป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด เพราะทั้งลดความสูญเสีย และผ่านมาตรฐานการตรวจสอบ
จัดของในคลังยังไง ให้ FIFO ได้จริง
FIFO จะเกิดขึ้นจริงได้ ต้องแก้ทั้ง ทางกายภาพ (ตัวคลัง) และ ทางระบบ (ซอฟต์แวร์) ไปพร้อมกัน:
1. ทางกายภาพ — จัดคลังให้ "บังคับ" FIFO
- ใช้ชั้นวางแบบ Flow Rack (Gravity Rack) — ชั้นวางที่ลาดเอียง ใส่ของด้านหลัง ของไหลมาด้านหน้าตามแรงโน้มถ่วง คนหยิบจากด้านหน้าเสมอ = FIFO โดยอัตโนมัติ
- แบ่งโซนรับเข้า-จ่ายออก คนละด้าน — ถ้าใช้ชั้นวางธรรมดา ให้ใส่ของจากด้านหลัง หยิบของจากด้านหน้า ไม่ใช่ใส่และหยิบจากด้านเดียวกัน
- ติดป้าย Lot Number และวันที่รับ — ทุกกล่อง ทุกพาเลท ต้องมีป้ายบอกว่ารับเข้ามาเมื่อไหร่ Lot อะไร มองเห็นชัดเจน
- ใช้สีสติกเกอร์แยกตามช่วงเวลา — เช่น สติกเกอร์แดง = เดือนมกราคม, สติกเกอร์เขียว = เดือนกุมภาพันธ์ มองปราดเดียวรู้เลยว่าอันไหนเก่ากว่า
2. ทางระบบ — ให้ซอฟต์แวร์ "บังคับ" FIFO
- Lot Tracking — ทุกครั้งที่รับของเข้าคลัง ระบบบันทึก Lot Number, วันที่รับ, วันหมดอายุ (ถ้ามี), Supplier, ราคาต้นทุน ครบทุกรายการ
- Bin Location — กำหนดตำแหน่งจัดเก็บในระบบ เช่น ชั้น A-03-02 หมายถึง โซน A ชั้นที่ 3 ช่องที่ 2 พอเบิกของ ระบบบอกเลยว่า "ไปหยิบที่ชั้น A-03-02 Lot #2024-0115"
- FIFO Auto-Pick — ระบบเลือก Lot ที่เก่าที่สุดให้โดยอัตโนมัติเมื่อมีการเบิก คนคลังไม่ต้องคิดเอง แค่ทำตามใบเบิกที่ระบบสั่ง
- Expiry Alert — แจ้งเตือนล่วงหน้าเมื่อสินค้าใกล้หมดอายุ ก่อนที่จะสายเกินไป
3. ทางกระบวนการ — สร้างนิสัย FIFO
- กฎเหล็ก: ห้ามวางของใหม่ทับของเก่า — ของใหม่ที่เข้ามาต้องวางข้างหลัง หรือวางโซนแยก
- Cycle Count สม่ำเสมอ — ไม่ต้องรอนับสต็อกปลายปี ให้นับทีละโซน ทีละชั้น หมุนเวียนไปเรื่อยๆ เจอปัญหาเร็ว แก้ได้เร็ว
- ฝึกอบรมคนคลัง — ให้เข้าใจว่า "ทำไมต้อง FIFO" ไม่ใช่แค่บอกว่า "ต้องทำ" แต่อธิบายว่า "ถ้าไม่ทำ ของเสียหาย องค์กรขาดทุน"
ตัวอย่างเปรียบเทียบ: คลังที่ไม่มีระบบ vs คลังที่มีระบบ
| สถานการณ์ | คลังแบบเดิม (Excel + จำ) | คลังที่มีระบบ ERP |
|---|---|---|
| รับของเข้า | จดลงสมุด หรือ Excel วางของตรงไหนก็ได้ | สแกน Barcode บันทึก Lot + Bin Location อัตโนมัติ |
| เบิกของ | หยิบอันที่สะดวก ไม่รู้ว่า Lot ไหนเก่าสุด | ระบบสั่ง: "หยิบ Lot #0115 จากชั้น A-03-02" |
| นับสต็อก | ปีละครั้ง พบส่วนต่างเยอะ แก้ไม่ทัน | Cycle Count ทุกสัปดาห์ ส่วนต่างน้อย แก้ทันที |
| ของหมดอายุ | รู้ตอนไปเจอ ทิ้งแล้วบันทึกขาดทุน | แจ้งเตือนล่วงหน้า 30/60/90 วัน |
| ต้นทุนขาย | คำนวณปลายเดือน เดาๆ เอา | ระบบคำนวณ FIFO Cost แบบ Real-time ทุกรายการ |
| ผู้ตรวจสอบมาดู | หาเอกสารไม่เจอ อธิบายไม่ได้ | ดึงรายงาน Lot Traceability ได้ทันที |
ของแบบไหนต้อง FIFO เข้มงวดที่สุด?
ไม่ใช่ทุกอย่างในคลังที่ต้องทำ FIFO เท่าเทียมกัน ลองจัดลำดับความสำคัญ:
- ต้อง FIFO เข้มงวด: วัตถุดิบที่มีวันหมดอายุ, เวชภัณฑ์, อาหาร, สารเคมี, หมึกพิมพ์, กระดาษที่ไวต่อความชื้น
- ควร FIFO: วัสดุสำนักงาน, อะไหล่เครื่องจักร, สินค้าที่ราคาเปลี่ยนบ่อย
- FIFO หรือ Average ก็ได้: สินค้าที่ไม่มีวันหมดอายุ ราคาคงที่ เช่น นอต สกรู อุปกรณ์โลหะ
ข้อคิดจากคลังจริง
ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจาก "คนไม่รู้ว่า FIFO คืออะไร" แต่เกิดจาก "ระบบไม่ได้ช่วยให้คนทำ FIFO ได้ง่าย" ถ้าคนคลังต้องจำเอง ต้องเปิด Excel เทียบเอง ต้องเดินหาของเอง — สุดท้ายก็หยิบอันที่อยู่ใกล้มือที่สุด ซึ่งมักจะเป็นของใหม่เสมอ
Saeree ERP ช่วยเรื่อง FIFO อย่างไร
| ฟีเจอร์ | รายละเอียด |
|---|---|
| Lot Tracking | บันทึก Lot Number, วันที่รับ, วันหมดอายุ, Supplier, ราคาต้นทุน ทุกครั้งที่รับเข้า |
| Bin Location | กำหนดตำแหน่งจัดเก็บ ระบบบอกเลยว่าไปหยิบที่ไหน |
| FIFO Auto-Pick | เมื่อเบิกของ ระบบเลือก Lot เก่าสุดให้โดยอัตโนมัติ คนคลังแค่ทำตามใบเบิก |
| Expiry Alert | แจ้งเตือนล่วงหน้าเมื่อสินค้าใกล้หมดอายุ |
| FIFO Cost Calculation | คำนวณต้นทุนขายตามลำดับ FIFO อัตโนมัติ ตรงตาม TFRS/IFRS |
| Lot Traceability | ย้อนกลับได้ว่า Lot นี้มาจาก Supplier ไหน เข้าเมื่อไหร่ จ่ายไปให้ใคร |
| Cycle Count | กำหนดแผนนับสต็อกหมุนเวียนตามรอบ ไม่ต้องรอนับทีเดียวปลายปี |
Saeree ERP — FIFO ที่ทำได้จริง ไม่ใช่แค่ในตำรา
Saeree ERP ถูกออกแบบมาให้การจัดการสต็อกแบบ FIFO เป็นเรื่องง่าย — ตั้งแต่รับของเข้าคลัง ระบบบันทึก Lot อัตโนมัติ พอเบิกของ ระบบเลือก Lot เก่าสุดให้เลย คนคลังแค่ทำตามใบเบิก ไม่ต้องจำเอง ไม่ต้องเปิด Excel เทียบ ต้นทุนก็คำนวณตาม FIFO ให้อัตโนมัติ ผ่านมาตรฐานบัญชีได้สบาย
สรุป
FIFO ในตำราเป็นแค่คำ 4 ตัวอักษร แต่ในคลังจริง มันคือ การออกแบบทั้งระบบ — ตั้งแต่ชั้นวาง, ป้ายติด, กระบวนการรับ-จ่าย, ไปจนถึงซอฟต์แวร์ที่ช่วยบังคับให้ FIFO เกิดขึ้นจริง
ถ้าองค์กรของคุณยังจัดการสต็อกด้วย Excel หรือสมุดจด แล้วหวังว่าจะได้ FIFO — มันจะไม่เกิดขึ้นเอง เพราะธรรมชาติของคน คือหยิบของที่อยู่ใกล้มือที่สุด ซึ่งมักจะเป็นของใหม่เสมอ
ระบบ ERP ที่ดี ไม่ใช่แค่ "บันทึกสต็อก" แต่ต้อง "บังคับให้ FIFO เกิดขึ้นจริง" ตั้งแต่ขั้นตอนรับเข้า จนถึงขั้นตอนจ่ายออก
