- 26
- กุมภาพันธ์
หน่วยงานภาครัฐไทยมีมากกว่า 200 แห่ง แต่ละแห่งมีระบบ IT เป็นของตัวเอง มี Data Center เป็นของตัวเอง ซื้อ Server เอง ดูแลเอง จ้างคนดูแลเอง ผลคือ การลงทุนด้าน IT ซ้ำซ้อน กระจัดกระจาย และสิ้นเปลืองงบประมาณมหาศาล ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ตอนนี้มีคำตอบแล้ว นั่นคือ GDCC (Government Data Center and Cloud Service) ระบบ Cloud กลางภาครัฐที่ช่วยประหยัดงบประมาณได้ถึง 850 ล้านบาทต่อปี บทความนี้จะอธิบายว่า GDCC คืออะไร ทำงานอย่างไร และหน่วยงานที่ต้องการใช้ระบบ ERP บน Cloud ภาครัฐต้องเตรียมตัวอย่างไร
ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน IT ภาครัฐไทย
ก่อนจะเข้าใจว่า GDCC คืออะไร ต้องเข้าใจปัญหาเดิมก่อน โครงสร้างพื้นฐาน IT ของภาครัฐไทยมีปัญหาสะสมมานาน:
- การลงทุนซ้ำซ้อน — แต่ละหน่วยงานซื้อ Server, Storage, Network เอง ทั้งที่หลายระบบใช้ทรัพยากรไม่ถึง 30% ของที่ซื้อมา
- ความปลอดภัยไม่สม่ำเสมอ — บางหน่วยงานมี Firewall ครบ บางหน่วยงานไม่มีแม้แต่ระบบ Backup ที่เชื่อถือได้
- ขาดบุคลากรด้าน IT — หน่วยงานขนาดเล็กไม่มีทีม IT ดูแลระบบ ต้องจ้าง Outsource ที่อาจไม่ต่อเนื่อง
- ไม่มี Disaster Recovery ที่เพียงพอ — หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม หรือ Ransomware โจมตี ข้อมูลอาจสูญหายถาวร
- การเชื่อมต่อระหว่างหน่วยงานทำได้ยาก — แต่ละหน่วยงานใช้เทคโนโลยีคนละแบบ ทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลเป็นเรื่องยุ่งยากและใช้เวลานาน
ปัญหาเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยยังไม่สามารถก้าวไปสู่ Digital Government ได้อย่างเต็มที่ แม้จะมีนโยบายผลักดันมาหลายปี
GDCC คืออะไร
GDCC ย่อมาจาก Government Data Center and Cloud Service คือบริการ Cloud กลางสำหรับหน่วยงานภาครัฐไทย ดำเนินงานภายใต้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) โดยมี บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT (National Telecom) เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน
แนวคิดหลักของ GDCC คือการรวมศูนย์โครงสร้างพื้นฐาน IT ภาครัฐไว้ที่ส่วนกลาง เพื่อให้หน่วยงานรัฐสามารถ ขอใช้ทรัพยากร Cloud ได้ทันที โดยไม่ต้องลงทุนซื้อ Server เอง ไม่ต้องสร้าง Data Center เอง และไม่ต้องจ้างทีม IT ดูแลโครงสร้างพื้นฐานเอง
GDCC vs Cloud ทั่วไป — ต่างกันตรงไหน?
Cloud ทั่วไปอย่าง AWS, Azure หรือ Google Cloud เป็นบริการเชิงพาณิชย์ที่มีค่าใช้จ่ายสูงและ Data Center อยู่ต่างประเทศ แต่ GDCC เป็นบริการ Cloud ที่รัฐบาลจัดหาให้หน่วยงานรัฐ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (ในระดับ IaaS พื้นฐาน) Data Center ตั้งอยู่ในประเทศไทย และเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของภาครัฐ
ตัวเลขที่น่าสนใจของ GDCC
ข้อมูลสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงขนาดและผลกระทบของ GDCC:
| ตัวชี้วัด | ตัวเลข |
|---|---|
| จำนวนหน่วยงานที่ใช้บริการ | 219 หน่วยงาน |
| จำนวนระบบที่ให้บริการ | 3,065 ระบบ |
| งบประมาณที่ประหยัดได้ต่อปี | 850 ล้านบาท |
| ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน | NT (National Telecom) |
| หน่วยงานกำกับดูแล | กระทรวงดิจิทัลฯ (MDES) |
| เป้าหมายอันดับดิจิทัล | Top 30 ของโลก |
ตัวเลข 850 ล้านบาทต่อปีที่ประหยัดได้ มาจากการที่หน่วยงานรัฐไม่ต้องลงทุนซื้อ Server และอุปกรณ์ IT เอง ไม่ต้องจ้างบุคลากรดูแลโครงสร้างพื้นฐาน และไม่ต้องเสียค่าไฟฟ้า ค่าพื้นที่ Data Center แยกต่างหาก
บริการหลักของ GDCC
GDCC ไม่ได้ให้บริการแค่ Server เปล่าๆ แต่มีบริการครบวงจรสำหรับหน่วยงานภาครัฐ:
1. Infrastructure as a Service (IaaS)
บริการโครงสร้างพื้นฐานแบบ Cloud ประกอบด้วย Virtual Machine, Storage และ Network ที่หน่วยงานสามารถขอใช้ได้ตามความต้องการ ปรับเพิ่มหรือลดขนาดได้ตลอดเวลา ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ Hardware เอง
2. Platform as a Service (PaaS)
บริการแพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาและ Deploy แอปพลิเคชัน รวมถึง Database, Web Server, Application Server ที่พร้อมใช้งาน ทำให้ทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ไม่ต้องเสียเวลาจัดการ Infrastructure เอง
3. e-Office (ระบบสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์)
บริการที่น่าสนใจมากสำหรับหน่วยงานขนาดเล็ก คือระบบ e-Office ที่เปิดให้ใช้ฟรี สำหรับหน่วยงานรัฐ ครอบคลุมงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ระบบหนังสือเวียน ระบบลงทะเบียนรับ-ส่งเอกสาร ช่วยให้หน่วยงานที่ยังใช้กระดาษสามารถเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลได้ทันที
4. Government Data Lake
บริการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) สำหรับภาครัฐ เปิดให้หน่วยงานสามารถแชร์และเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างกันได้ง่ายขึ้น เป็นรากฐานสำคัญของ Data-Driven Government
5. Disaster Recovery as a Service (DRaaS)
บริการสำรองข้อมูลและกู้คืนระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลสำคัญของหน่วยงานจะไม่สูญหาย แม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายหน่วยงานยังขาดอยู่ อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการ Disaster Recovery สำหรับระบบ ERP
ข้อดีของ GDCC สำหรับหน่วยงานรัฐ
การใช้ GDCC แทนการลงทุน IT เองมีข้อดีหลายประการ:
1. ประหยัดงบประมาณอย่างมีนัยสำคัญ
ไม่ต้องลงทุนซื้อ Server, Storage, UPS, ระบบทำความเย็น และอุปกรณ์ Network ด้วยตัวเอง งบประมาณที่เคยใช้จัดซื้อ Hardware สามารถนำไปพัฒนาซอฟต์แวร์และบุคลากรแทนได้
2. มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง
GDCC มีมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด ทั้ง Physical Security, Network Security และ Data Security นอกจากนี้ DGA (สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล) ยังอยู่ระหว่างดำเนินการขอรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27701:2019 สำหรับระบบบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (PIMS) ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจในเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
3. ขยายและลดขนาดได้ตามต้องการ (Scalability)
เมื่อระบบต้องการทรัพยากรเพิ่ม สามารถขอเพิ่ม CPU, RAM หรือ Storage ได้ทันที ไม่ต้องรอจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ใหม่ซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือน
4. มี Disaster Recovery พร้อมใช้
GDCC มีระบบ Backup และ Disaster Recovery ในตัว ข้อมูลถูกสำรองไว้ในหลายตำแหน่ง ลดความเสี่ยงจากการสูญเสียข้อมูลจากภัยธรรมชาติหรือการโจมตีทางไซเบอร์
5. ลดภาระงาน IT ภายในหน่วยงาน
ทีม IT ไม่ต้องเสียเวลาดูแล Hardware, อัปเดต Firmware, จัดการ Patch Security ของ Infrastructure สามารถมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาและดูแลแอปพลิเคชันที่สำคัญต่อภารกิจขององค์กรแทน
6. เชื่อมต่อระหว่างหน่วยงานง่ายขึ้น
เมื่อหลายหน่วยงานอยู่บน Cloud เดียวกัน การเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันทำได้ง่ายขึ้นมาก เป็นรากฐานของ Smart Government ที่ข้อมูลไหลผ่านระหว่างระบบได้อย่างราบรื่น
7 โครงการดิจิทัลเรือธงของ MDES
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) ได้กำหนด 7 โครงการดิจิทัลเรือธง (Flagship Digital Initiatives) เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายอันดับ Top 30 ด้านความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของโลก:
- Cloud First Policy — นโยบายให้หน่วยงานรัฐใช้ Cloud เป็นหลัก แทนการซื้อ Hardware เอง โดย GDCC เป็นตัวเลือกหลัก
- Government Data Integration — เชื่อมต่อข้อมูลภาครัฐข้ามหน่วยงาน ลดการขอเอกสารซ้ำซ้อนจากประชาชน
- Digital ID — ระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลสำหรับประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ
- e-Government Services — บริการภาครัฐออนไลน์ครบวงจร ลดการเดินทางมาติดต่อสำนักงาน
- Cybersecurity — ยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ของหน่วยงานรัฐทั้งระบบ
- Digital Workforce — พัฒนาทักษะดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ
- Smart City Infrastructure — โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำหรับเมืองอัจฉริยะ
GDCC เป็นหัวใจสำคัญของโครงการเหล่านี้ เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ทุกโครงการสามารถเกิดขึ้นได้จริง
ERP บน Cloud ภาครัฐ — ทำไมต้องพร้อม
เมื่อ GDCC กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของภาครัฐ คำถามที่ตามมาสำหรับหน่วยงานคือ "ระบบ ERP ที่ใช้อยู่ พร้อมจะทำงานบน Cloud ภาครัฐหรือไม่?"
ระบบ ERP เป็นระบบหลักขององค์กร ครอบคลุมตั้งแต่การเงิน บัญชี พัสดุ ทรัพยากรบุคคล ไปจนถึงการจัดซื้อจัดจ้าง หาก ERP ไม่พร้อมทำงานบน Cloud จะเกิดปัญหาหลายด้าน:
- ต้องดูแล Server เอง — ขณะที่หน่วยงานอื่นย้ายขึ้น Cloud หมดแล้ว หน่วยงานที่ ERP ยังอยู่บน Server ตัวเองจะกลายเป็นภาระด้าน IT ที่เพิ่มขึ้น
- เชื่อมต่อ GFMIS ลำบาก — ระบบ GFMIS (Government Fiscal Management Information System) ที่กำลังอยู่ระหว่างพัฒนาเป็นเวอร์ชัน Cloud จะเชื่อมต่อกับระบบที่อยู่บน Cloud เดียวกันได้ง่ายกว่า
- ไม่ผ่านมาตรฐานใหม่ — เมื่อนโยบาย Cloud First มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ ระบบที่ไม่อยู่บน Cloud อาจไม่ผ่านการตรวจประเมินมาตรฐาน IT ของภาครัฐ
- เสียโอกาส Data Integration — เมื่อข้อมูลภาครัฐถูกเชื่อมผ่าน Government Data Lake ระบบที่ไม่อยู่บน Cloud จะถูกตัดออกจากการเชื่อมต่อข้อมูลอัตโนมัติ
Cloud ภาครัฐไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นข้อกำหนดพื้นฐาน หน่วยงานที่เตรียมตัวก่อนจะได้เปรียบทั้งด้านงบประมาณ ความปลอดภัย และความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบกลาง
- ทีมงาน Saeree ERP
Saeree ERP กับ GDCC — พร้อมทำงานบน Cloud ภาครัฐ
Saeree ERP ถูกออกแบบมาตั้งแต่แรกให้ทำงานในบริบทของภาครัฐไทย และพร้อมทำงานบนโครงสร้างพื้นฐาน Cloud ของ GDCC ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ:
| ความต้องการ | Saeree ERP รองรับอย่างไร |
|---|---|
| Cloud-Ready Architecture | สถาปัตยกรรมแบบ Web-based ทำงานผ่าน Browser ไม่ต้องติดตั้ง Client ที่เครื่องผู้ใช้ รองรับการ Deploy บน Virtual Machine ใน GDCC |
| เชื่อมต่อ GFMIS | รองรับการเชื่อมต่อกับระบบ GFMIS ของกรมบัญชีกลาง ทั้งการส่งข้อมูลเบิกจ่ายและรับข้อมูลงบประมาณ |
| มาตรฐานบัญชีไทย | รองรับผังบัญชีและมาตรฐานบัญชีภาครัฐไทย ไม่ต้อง Customize เพิ่มเติม |
| ISO/IEC 29110 | ผ่านการรับรองมาตรฐานกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ ISO/IEC 29110:2011 สร้างความมั่นใจในคุณภาพ |
| ความปลอดภัย | รองรับการยืนยันตัวตนแบบ Multi-factor, Role-based Access Control และ Audit Trail ครบถ้วน |
| โมดูลครบวงจร | ครอบคลุมทั้งการเงิน บัญชี พัสดุ จัดซื้อจัดจ้าง ทรัพยากรบุคคล และระบบรายงานผู้บริหาร ในระบบเดียว |
สิ่งสำคัญคือ Saeree ERP ไม่ต้องพึ่งพา Cloud ของต่างประเทศ สามารถทำงานบน GDCC ที่ Data Center ตั้งอยู่ในประเทศไทย ข้อมูลทั้งหมดอยู่ภายใต้กฎหมายไทย ซึ่งตอบโจทย์ทั้งด้านความมั่นคงและการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ขั้นตอนสำหรับหน่วยงานที่ต้องการเริ่มใช้ ERP บน GDCC
- ประเมินความพร้อม — สำรวจระบบ IT ที่มีอยู่ ว่าระบบไหนพร้อมย้ายขึ้น Cloud ระบบไหนต้องปรับปรุงก่อน
- ขอใช้บริการ GDCC — ลงทะเบียนขอใช้ทรัพยากร Cloud ผ่านช่องทางของ GDCC โดยระบุความต้องการด้าน CPU, RAM, Storage
- เลือกระบบ ERP ที่ Cloud-Ready — เลือก ERP ที่ออกแบบมาให้ทำงานบน Cloud และรองรับบริบทภาครัฐไทย เช่น Saeree ERP
- วางแผน Migration — กำหนด Timeline การย้ายข้อมูลจากระบบเดิม จัดทำแผน Backup และ Rollback
- Deploy และทดสอบ — ติดตั้งระบบ ERP บน GDCC ทดสอบการเชื่อมต่อกับ GFMIS และระบบอื่นๆ
- อบรมและเปลี่ยนผ่าน — อบรมผู้ใช้งาน เปิดใช้ระบบจริง พร้อมทีมสนับสนุนตลอดช่วงเปลี่ยนผ่าน
สรุป
GDCC คือโครงสร้างพื้นฐาน Cloud กลางที่เปลี่ยนวิธีคิดเรื่อง IT ของภาครัฐไทยอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ทุกหน่วยงานต้องลงทุนเอง ดูแลเอง มาเป็นการใช้ Cloud กลางที่ ปลอดภัย มีมาตรฐาน ประหยัดงบ 850 ล้านบาทต่อปี และเชื่อมต่อระหว่างหน่วยงานได้ง่าย
สำหรับหน่วยงานที่กำลังมองหาระบบ ERP ที่พร้อมทำงานบน Cloud ภาครัฐ สามารถนัดหมาย Demo Saeree ERP หรือติดต่อทีมที่ปรึกษาเพื่อประเมินความพร้อมขององค์กรในการเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Government ได้เลยครับ
