Saeree ERP - ระบบ ERP ครบวงจรสำหรับธุรกิจไทย ติดต่อเรา

บทความ: AI กับงานบัญชี

AI กับงานบัญชี — ทำอะไรได้แล้ววันนี้ และอะไรที่ยังทำไม่ได้
  • 23
  • กุมภาพันธ์

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กระแส AI (Artificial Intelligence) เข้ามาเขย่าทุกวงการ และ งานบัญชี ก็เป็นหนึ่งในสาขาที่ถูกพูดถึงมากที่สุด นักบัญชีจำนวนไม่น้อยกังวลว่า AI จะมาแทนที่ตัวเอง แต่ความจริงเป็นอย่างไร? บทความนี้จะพาสำรวจอย่างตรงไปตรงมาว่า AI ทำอะไรได้แล้ว จริงๆ ในงานบัญชีวันนี้ และอะไรที่ยังต้องพึ่งพามนุษย์อยู่

AI ทำอะไรได้แล้ววันนี้ในงานบัญชี

เทคโนโลยี AI ในปัจจุบันมีความสามารถหลายด้านที่ช่วยงานบัญชีได้จริง โดยเฉพาะงานที่มีลักษณะ ซ้ำๆ ใช้กฎเกณฑ์ชัดเจน และต้องการความเร็วในการประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก มาดูกันทีละด้าน:

1. จับคู่ใบแจ้งหนี้อัตโนมัติ (Invoice Matching)

หนึ่งในงานที่กินเวลามากที่สุดของฝ่ายบัญชีคือการ จับคู่เอกสาร 3 ทาง (Three-Way Matching) ระหว่าง ใบสั่งซื้อ (PO), ใบแจ้งหนี้ (Invoice) และใบรับสินค้า (GR) เพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลตรงกันก่อนอนุมัติจ่ายเงิน

AI สามารถช่วยได้โดย:

  • ใช้ OCR (Optical Character Recognition) อ่านข้อมูลจากใบแจ้งหนี้ที่เป็นกระดาษหรือ PDF แล้วแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัล
  • จับคู่อัตโนมัติ ระหว่าง PO, Invoice และ GR โดยเปรียบเทียบเลขที่เอกสาร จำนวน ราคา และเงื่อนไข
  • Flag รายการที่ไม่ตรงกัน ให้นักบัญชีตรวจสอบเฉพาะจุด แทนที่จะต้องตรวจทุกรายการ

ผลลัพธ์คือ งานที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวัน อาจเหลือไม่กี่นาที และลดข้อผิดพลาดจากการตรวจสอบด้วยตาได้อย่างมาก

2. ตรวจจับรายการผิดปกติ (Anomaly Detection)

AI มีความสามารถในการ วิเคราะห์ Pattern จากข้อมูลการบันทึกบัญชีจำนวนมหาศาล และ ตรวจจับสิ่งผิดปกติ ที่มนุษย์อาจมองข้าม เช่น:

  • รายการที่มี จำนวนเงินผิดปกติ เทียบกับค่าเฉลี่ยของรายการประเภทเดียวกัน
  • การบันทึกบัญชีที่ ผิดเวลา เช่น มีการบันทึกรายการตอนตี 3 ทั้งที่ปกติไม่เคยมี
  • Duplicate entries หรือรายการซ้ำที่อาจเกิดจากการบันทึกผิดพลาด
  • รายการที่ ข้ามขั้นตอนการอนุมัติ หรือมี Pattern ที่บ่งชี้ถึงการทุจริต

ตัวอย่างจริง:

บริษัทแห่งหนึ่งใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลค่าใช้จ่ายพนักงาน (Expense Claims) พบว่ามีพนักงานกลุ่มหนึ่งเบิกค่าเดินทางในวันหยุดอย่างสม่ำเสมอ โดยจำนวนเงินอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ต้องขออนุมัติพิเศษพอดี AI ตรวจจับ Pattern นี้ได้ ทั้งที่ถ้าดูทีละรายการจะดูปกติ

3. พยากรณ์กระแสเงินสด (Cash Flow Forecasting)

การพยากรณ์กระแสเงินสดเป็นงานที่สำคัญมากสำหรับทุกธุรกิจ แต่มักทำได้ไม่แม่นยำเพราะมีตัวแปรจำนวนมาก AI ช่วยได้โดย:

  • ใช้ Machine Learning วิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลัง เช่น รายรับ-รายจ่าย, พฤติกรรมการชำระเงินของลูกค้า, ฤดูกาลของธุรกิจ
  • ทำนาย ว่าเงินจะเข้า-ออกเท่าไหร่ในแต่ละสัปดาห์/เดือน พร้อมช่วงความเชื่อมั่น (Confidence Interval)
  • แจ้งเตือนล่วงหน้า เมื่อมีแนวโน้มว่าจะมีปัญหาสภาพคล่อง ให้ผู้บริหารเตรียมตัวได้ทัน

ข้อดีของ AI คือสามารถ อัพเดทการพยากรณ์แบบ Real-time ได้ทุกครั้งที่มีข้อมูลใหม่เข้ามา ไม่ต้องรอทำ Forecast เดือนละครั้ง

4. จัดหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายอัตโนมัติ (Expense Categorization)

เมื่อมีรายการค่าใช้จ่ายเข้ามาจำนวนมาก การจัดหมวดหมู่ให้ถูกต้องตามผังบัญชี (Chart of Accounts) เป็นงานที่ใช้เวลา AI สามารถ:

  • เรียนรู้จาก Pattern การบันทึกในอดีต — เช่น ร้าน A เคยถูกบันทึกเป็นหมวด "ค่าวัสดุสำนักงาน" ทุกครั้ง
  • แนะนำหมวดหมู่ ให้นักบัญชีเลือก โดยเรียงลำดับจากความมั่นใจสูงสุด
  • บันทึกอัตโนมัติ สำหรับรายการที่มีความมั่นใจสูง (เช่น 95% ขึ้นไป) และส่งรายการที่ไม่แน่ใจให้คนตรวจ

5. สรุปรายงานการเงิน (Financial Report Summarization)

ด้วยความสามารถของ LLM (Large Language Model) เช่น ChatGPT หรือ Claude ในปัจจุบัน AI สามารถ:

  • อ่านงบการเงิน แล้วสรุปเป็นภาษาง่ายๆ ที่ผู้บริหารที่ไม่ใช่นักบัญชีเข้าใจได้
  • เปรียบเทียบ ตัวเลขระหว่างงวด แล้วชี้ให้เห็นว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • ตอบคำถาม เกี่ยวกับรายงานการเงิน เช่น "ทำไม Gross Margin ลดลง?" หรือ "ค่าใช้จ่ายหมวดไหนเพิ่มขึ้นมากที่สุด?"
  • ร่าง Draft บันทึกประกอบงบการเงิน (Notes to Financial Statements) เบื้องต้น

ข้อควรระวัง:

LLM อาจ "Hallucinate" หรือสร้างข้อมูลที่ดูสมเหตุสมผลแต่ไม่ถูกต้อง — ดังนั้นรายงานที่ AI สรุปต้องผ่านการตรวจสอบจากนักบัญชีเสมอ ห้ามนำไปใช้โดยตรงโดยไม่ตรวจ

อะไรที่ AI ยังทำไม่ได้ หรือไม่ควรให้ทำ

แม้ AI จะเก่งขึ้นเรื่อยๆ แต่มีงานบัญชีหลายอย่างที่ยังต้องใช้ วิจารณญาณของมนุษย์ (Professional Judgment) ซึ่ง AI ทำแทนไม่ได้ หรือไม่ควรให้ทำ:

1. การตัดสินใจที่ต้องใช้ Judgment

งานบัญชีหลายอย่างไม่ได้มีคำตอบที่ถูกต้องแค่คำตอบเดียว ต้องใช้ดุลยพินิจจากนักบัญชีที่เข้าใจบริบทธุรกิจ เช่น:

  • ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ — ลูกหนี้รายนี้จะจ่ายได้ไหม? AI ดูแค่ตัวเลข แต่นักบัญชีรู้ว่าลูกหนี้กำลังเจรจาปรับโครงสร้างหนี้อยู่
  • การประมาณอายุการใช้งานสินทรัพย์ — เครื่องจักรตัวนี้จะใช้ได้กี่ปี? ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างที่ AI ไม่มีข้อมูล
  • การจัดประเภทรายการ ที่อยู่ในเส้นแบ่ง — รายจ่ายนี้เป็น Capital Expenditure หรือ Operating Expense? ขึ้นอยู่กับนโยบายบริษัทและบริบท

2. การตีความมาตรฐานบัญชี

มาตรฐานการรายงานทางการเงิน (TFRS/IFRS) มีความซับซ้อนสูง และมักต้องตีความตามสถานการณ์เฉพาะของแต่ละธุรกิจ เช่น:

  • TFRS 15 เรื่องการรับรู้รายได้ — สัญญาที่มีเงื่อนไขซับซ้อนจะรับรู้รายได้เมื่อไหร่?
  • TFRS 16 เรื่องสัญญาเช่า — สัญญานี้เข้าเงื่อนไขที่ต้องบันทึกเป็น Right-of-Use Asset หรือไม่?
  • TFRS 9 เรื่องเครื่องมือทางการเงิน — ตราสารนี้จัดประเภทอย่างไร?

AI อาจช่วย ค้นหาข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ได้ แต่ การตีความและนำไปใช้ ยังต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ

3. การวางแผนภาษีที่ซับซ้อน

การวางแผนภาษีไม่ใช่แค่การคำนวณ แต่เป็นการ วางกลยุทธ์ ที่ต้องเข้าใจทั้งกฎหมายภาษี บริบทธุรกิจ และความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เช่น:

  • โครงสร้างธุรกิจแบบไหนที่ ประหยัดภาษีได้ถูกกฎหมาย
  • ใช้สิทธิประโยชน์ BOI อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • Transfer Pricing สำหรับบริษัทข้ามชาติ

4. ความรับผิดชอบตามกฎหมาย

ไม่ว่า AI จะทำงานแม่นแค่ไหน ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบตามกฎหมาย ยังคงเป็นมนุษย์:

  • ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ต้องลงนามรับรองงบการเงิน — AI ลงนามแทนไม่ได้
  • ผู้ทำบัญชี ที่ขึ้นทะเบียนกับ สภาวิชาชีพบัญชี ต้องรับผิดชอบความถูกต้องของบัญชี
  • หาก AI ทำบัญชีผิดพลาด ความรับผิดชอบยังอยู่ที่คน ไม่ใช่ AI

5. ข้อมูลที่ไม่ควรส่งเข้า AI

ข้อมูลทางบัญชีเป็น ข้อมูลลับของบริษัท การส่งข้อมูลเข้า AI โดยเฉพาะ AI แบบ Cloud ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ:

  • ข้อมูลเงินเดือนพนักงาน — เป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA
  • งบการเงินที่ยังไม่เปิดเผย — อาจเข้าข่ายข้อมูลภายในที่ห้ามเผยแพร่ (Insider Information)
  • ข้อมูลลูกค้าและคู่ค้า — ราคา เงื่อนไข สัญญา
  • ข้อมูลภาษี — รายละเอียดการยื่นภาษีและกลยุทธ์ภาษีของบริษัท

คำเตือนสำคัญ:

ก่อนส่งข้อมูลทางบัญชีเข้า AI ใดๆ ต้องตรวจสอบว่า AI นั้น ไม่นำข้อมูลไปใช้ Train Model และมี นโยบาย Data Privacy ที่ชัดเจน มิฉะนั้นข้อมูลลับของบริษัทอาจรั่วไหลได้

ตารางสรุป: งานบัญชีไหน AI ทำได้ ทำไม่ได้ หรือช่วยได้?

งานบัญชี AI ทำได้เลย AI ช่วยคน ต้องใช้คน
จับคู่ใบแจ้งหนี้ (Invoice Matching)
จัดหมวดหมู่ค่าใช้จ่าย
ตรวจจับรายการผิดปกติ
พยากรณ์กระแสเงินสด
สรุปรายงานการเงิน
กระทบยอดบัญชี (Reconciliation)
ตีความมาตรฐานบัญชี (TFRS/IFRS)
ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (Judgment)
วางแผนภาษี
ลงนามรับรองงบการเงิน (CPA)
จัดทำงบประมาณ
ปิดงบประจำเดือน/ปี

เครื่องมือ AI สำหรับงานบัญชีที่น่าสนใจในปัจจุบัน

สำหรับนักบัญชีที่อยากเริ่มใช้ AI ช่วยงาน นี่คือเครื่องมือที่น่าสนใจและเข้าถึงได้ง่าย:

เครื่องมือ ช่วยอะไรได้ ข้อดี ข้อควรระวัง
ChatGPT + Excel/Google Sheets เขียนสูตร, วิเคราะห์ข้อมูล, สร้าง Template ใช้ง่าย เริ่มต้นได้ทันที ห้ามส่งข้อมูลจริงของบริษัทเข้าไป
Microsoft Copilot in Excel วิเคราะห์ข้อมูลใน Excel ด้วยภาษาธรรมชาติ ทำงานในไฟล์ Excel โดยตรง ต้องมี Microsoft 365 Copilot License
Google Sheets AI (Gemini) สร้างตาราง, สูตร, สรุปข้อมูล ใช้ฟรี (Google Workspace) ข้อมูลอยู่บน Cloud ของ Google
Claude / ChatGPT (Code Interpreter) วิเคราะห์ไฟล์ CSV/Excel, สร้างกราฟ, หา Pattern วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกได้ ใช้ข้อมูลตัวอย่างแทนข้อมูลจริง

แนะนำสำหรับเริ่มต้น:

ลองเริ่มจากการใช้ ChatGPT ช่วยเขียนสูตร Excel ที่ซับซ้อน หรือให้ช่วยอธิบายมาตรฐานบัญชีที่อ่านไม่เข้าใจ โดยไม่ต้องส่งข้อมูลจริงของบริษัทเข้าไป ใช้ข้อมูลสมมติแทน

Saeree ERP กับ AI

Saeree ERP มี ระบบบัญชีที่ครบถ้วน ตั้งแต่บัญชีแยกประเภท, บัญชีลูกหนี้-เจ้าหนี้, ระบบงบประมาณ, ไปจนถึงรายงานการเงินที่เป็นไปตามมาตรฐานบัญชีไทย

สถานะ AI ใน Saeree ERP:

ในปัจจุบัน Saeree ERP ยังไม่มีฟีเจอร์ AI แต่อยู่ใน แผนพัฒนาเร็วๆ นี้ โดยทีมพัฒนากำลังศึกษาและออกแบบฟีเจอร์ AI ที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงขององค์กรไทย

สิ่งที่ Saeree ERP มีพร้อมรองรับ AI ในอนาคต:

  • ฐานข้อมูลที่เป็นระเบียบ — ข้อมูลบัญชีทั้งหมดอยู่ในระบบเดียว มีโครงสร้างที่ AI เข้าถึงและวิเคราะห์ได้ง่าย
  • Audit Trail ครบถ้วน — บันทึกทุกการเปลี่ยนแปลง ทำให้ AI สามารถเรียนรู้ Pattern การทำงานได้
  • API ที่เปิดกว้าง — สถาปัตยกรรมแบบ RESTful API พร้อมเชื่อมต่อกับระบบ AI ภายนอก
  • รายงานที่หลากหลาย — มีข้อมูลพร้อมสำหรับการวิเคราะห์ด้วย AI ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มใช้ระบบ

เมื่อองค์กรมี ข้อมูลที่สะอาดและครบถ้วน ในระบบ ERP แล้ว การนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ในภายหลังจะทำได้ง่ายและแม่นยำกว่าการเริ่มจากศูนย์

นักบัญชีควรเตรียมตัวอย่างไร?

แทนที่จะกังวลว่า AI จะมาแทนที่ นักบัญชีควร เตรียมตัวให้พร้อม เพื่อใช้ AI เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ:

  • เรียนรู้พื้นฐาน AI — ไม่ต้องเขียนโค้ดเป็น แต่ต้องเข้าใจว่า AI ทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้
  • ฝึกใช้เครื่องมือ AI — ลองใช้ ChatGPT, Copilot หรือเครื่องมืออื่นๆ ช่วยงานประจำวัน
  • เน้นทักษะที่ AI ทำไม่ได้ — Professional Judgment, การสื่อสารกับผู้บริหาร, การวางแผนกลยุทธ์
  • เข้าใจข้อมูล — นักบัญชีที่เข้าใจข้อมูลและวิเคราะห์ได้จะเป็นที่ต้องการมากขึ้น เพราะต้องตรวจสอบและตีความผลลัพธ์ที่ AI สร้าง
  • รักษา Ethics — เข้าใจเรื่อง Data Privacy, ข้อจำกัดของ AI และความรับผิดชอบทางวิชาชีพ

สรุป

AI กำลังเปลี่ยนโลกของงานบัญชีอย่างแน่นอน แต่ ไม่ใช่การ "แทนที่" — เป็นการ "เปลี่ยนบทบาท" มากกว่า งานที่ซ้ำๆ ใช้กฎเกณฑ์ตายตัว AI จะค่อยๆ ทำแทนได้หมด แต่งานที่ต้องใช้ Judgment การตีความ และความรับผิดชอบทางกฎหมาย ยังต้องใช้คน

นักบัญชียุคใหม่จะไม่ใช่คนที่ คีย์ข้อมูลเก่งที่สุด แต่จะเป็นคนที่ ใช้ AI เป็นเครื่องมือ แล้วนำ Insight ไปช่วยธุรกิจตัดสินใจ ได้ดีที่สุด

AI ไม่ได้มาแทนที่นักบัญชี แต่นักบัญชีที่ใช้ AI เป็น จะแทนที่นักบัญชีที่ไม่ใช้ AI — สิ่งสำคัญไม่ใช่การกลัว แต่คือการเรียนรู้และปรับตัว องค์กรที่มีระบบ ERP ที่ดีเป็นพื้นฐาน จะพร้อมรับ AI ได้เร็วกว่าองค์กรที่ยังใช้ Excel กระจัดกระจาย

- ทีมพัฒนา Saeree ERP

หากองค์กรของคุณต้องการระบบ ERP ที่มีระบบบัญชีครบถ้วนและพร้อมรองรับ AI ในอนาคต สามารถนัดหมาย Demo หรือติดต่อทีมที่ปรึกษาเพื่อพูดคุยเพิ่มเติม

สนใจระบบ ERP สำหรับองค์กรของคุณ?

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก Grand Linux Solution ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ขอ Demo ฟรี

โทร 02-347-7730 | sale@grandlinux.com

image

เกี่ยวกับผู้เขียน

ทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ ERP จากบริษัท แกรนด์ลีนุกซ์ โซลูชั่น จำกัด พร้อมให้คำปรึกษาและบริการด้านระบบ ERP ครบวงจร